เครื่องเร่งอนุภาคไซโคลตรอน
ความสำคัญของปฏิกิริยาลูกโซ่วางอยู่บนรากฐานความจริงที่ว่า เมื่ออะตอมแต่ละอะตอมแตกตัวจะให้พลังงานออกมา เราได้เคยกล่าวหลายครั้งแล้วว่าพลังงานนี้มีจำนวนมาก ความจริงแล้วจำนวนพลังงานที่อะตอมหนึ่ง ๆ ให้ออกมีจำนวนน้อย แต่อย่างไรก็ตามในปฏิกิริยาลูกโซ่มีอะตอมมากมายที่แตกตัว ดังนั้น จำนวนพลังงานรวมจึงมหาศาล ถ้าทุกอะตอมของยูเรเนียมที่มีขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยแตกตัวหมด จะให้พลังงานออกมาเพียงพอที่จะจุดหลอดไฟได้ถึง 20,000 ดวงเป็นเวลา 12 วัน
ด้วยเหตุนี้ท่านผู้อ่านก็คงเข้าใจว่าทำไมนักฟิสิกส์จึงต้องการที่จะทราบว่าเมื่ออะตอมของยูเรเนียมแตกตัวออกเป็น 2 ส่วน จะให้นิวตรอนด้วยหรือไม่
ในปี พ.ศ. 2482 นักฟิสิกส์ในสหรัฐอเมริกามีกระสุนที่มีกำลังมากกว่าสำหรับรุมยิงอะตอมและมีจำนวนมากด้วย จึงนับว่ามีเครื่องมือที่ดีกว่านักวิทยาศาสตร์ทางยุโรป
นับตั้งแต่รัทเธอร์ฟอร์ดได้เริ่มรุมยิงอะตอมด้วยอนุภาคอัลฟาเป็นต้นมา นักฟิสิกส์มีความต้องการกระสุนที่ดีกว่าที่ได้จากธาตุกัมมันตรังสี เพราะคิดว่าอาจจะใช้โปรตอนหรือนิวเคลียสของไฮโดรเจนแทน แต่ก็ปรากฏว่านิวเคลียสของไฮโดรเจนวิ่งไม่เร็วเหมือนอนุภาคที่ได้จากสารกัมมันตรังสี จึงมีพลังงานไม่มากพอที่จะชนอะตอมให้แตกตัวได้ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์ยึงไดวางแผนสร้างเครื่องมือที่จะให้โปรตอนหรือนุภาคอื่น ๆ วิ่งเร็วขึ้น เครื่องมือนี้ปัจจุบันเรียกว่า เครื่องเร่งอนุภาค ( accelerator )
เมื่อเฟอร์มีเดินทางมาถึงสหรัฐอเมริกา เขาพบว่าที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียมีเครื่องเร่งอนุภาคเครื่องหนึ่งเรียกว่า ไซโคลตรอน อยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ 2-3 ปี นักฟิสิกส์ที่แคลิฟอร์เนีย เออเนส์ โอ ลอเรนซ์ (Ernest O.Lawrence) ได้ประดิษฐ์และสร้างเครื่องไซโคลตรอนเครื่องแรกที่เบอร์คเลย์ แคลิฟอร์เนีย
ส่วนที่สำคัญที่สุดของไซโคลตรอนก็คือแม่เหล็กแท่งใหญ่และกล่องโลหะ (ไซโคลตรอนสมัยใหม่มีแม่เหล็กใหญ่มาก เครื่องหนึ่งที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แม่เหล็กหนักเท่ากับหัวรถจักรอย่างใหญ่ถึง 40 คัน) กล่องโลหะจะวางอยู่ระหว่างปลายทั้งสองของขั้วแม่เหล็ก โปรตอนหรืออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าอื่น ๆ จะถูกส่งเข้าไปในนี้ แรงไฟฟ้าจะทำให้อนุภาคถูกผลักทีละน้อย ๆ และแต่ละครั้งที่ถูกผลักความเร็วก็จะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีแม่เหล็กอนุภาคจะวิ่งออกไปเป็นเส้นตรงและจะหนีไปก่อนที่จะมีความเร็วมาก ๆ แม่เหล็กเป็นตัวบังคับทำให้ทิศทางของอนุภาคโค้ง จึงทำให้รักษาอนุภาคไว้ในกล่องได้โดยอนุภาคจะวิ่งรอบแล้วรอบเล่า และก็จะเร็วขึ้น ๆ จนในที่สุดมันจะมีความเร็วและพลังงานสูงมาก